อืม ไปแคมป์ของเอเอฟเอสเพิ่งกลับมาได้สองวัน ไปมาสี่วัน คนไทยนะ ก็มี
เรา ทราย อีฟ เมษ ท็อป ป๋อม ตุ๊ก จูเนียร์ แฟน กิ๊ก จุ๊ย และสองสาวที่อยู่ San juan นั้นคือ
จ้าง และไผ่
ท้าวความก่อนไปแล้วกันนะ เอเอฟเอสเมืองกูไม่ได้รู้เรื่องที่กูจะต้องไป
san juan กับเค้าเลย เราต้องเป็นคนหาเอกสารจากเมล์ที่ได้มาไปให้มันดู แล้วมันถึงโทร
ถามให้ ไอ้เ-ร(อย่าลอกเีรียนแบบนะ มันไม่สุภาพ) สรุปต้องนั่งรถไปขึ้นรถที่ในเมืิองพร้อม
พวกทรายและอีฟ ตอนเข้าเมืองแม่งก็ไม่มีใครไปส่งกูอีก เออ จะให้ง้อไปส่งฝันไปเถอะ ไป
เอง กับพี่สาวของเพื่อนสนิท พร้อมกับกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักประมาณเจ็ดโลหิ้วขึ้นรถ
เมล์เข้าเมือง ขากลับนี่สิ มีของเพิ่มมาอีก หนักมากเข้าไปอีก ไปซื้อตั๋วมาแล้วรถ
แอร์คันเล็กๆ นั่งสบาย แต่กระเป๋านีซิคงเกะกะคนอื่นน่าดู นั่งรอไปรอมา รถมันมาและ แต่
ป้ายมันไม่ได้บอกชื่อเมืองเรา เลยไม่ขึ้น นานเข้า เลยเดินไปซื้อตั๋วอีกใบ คันนี้คือรถเมล์
อย่างแท้จริง ก็นั่งรอ อีกรอบ รถคันที่เขียนชื่อเมืองเราาและ เราถามเค้า เค้าบอกว่าอีกคัน
นึง คือตั๋วทีซื้อมันสำหรับนั่งรถที่ไปแบบไม่จอดที่ไหนไง แต่ปัญหาที่มองดูแล้วมีอยู่ว่า มัน
แคบมาก มีแต่เบาะนั่ง ไม่มีที่สำหรับคนยืนคือคิดว่าคงไม่มีที่วางกระเป๋าเรานั่นเอง และ
แล้วการตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งคือเดินไปบอกเขาว่าขอเปลี่ยนตัวไปขึ้นรถคันที่มีป้ายเขียนชื่ิอ
เมืองเรา คือยังไงมันก็ถึงแน่ๆอีกทั้งมีที่ว่างให้วางกระเป๋าด้วย รถคันนี้คือรถที่จอดรถรับผู้
โดยสารตลอดทาง แต่ยังสายๆอยู่ไม่มีคนเท่าไร รถก็ออกไปผ่านเมืองนู้นเมืองนี้ ผ่านไร่
สตรอเบอร์รี่ ไร่อ้อย ต้นหญ้า และโรงงานทำคุ๊กกี้ และทิวทัศน์อื่นๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ตอนนี้มาเห็นด้วยตัวเอง คนเดียว ไม่มีคนคอยบอกว่า นั่นคือ อะไร นี่คืออะไร ต้องรู้ด้วยตัว
เอง พึ่งตัวเอง นี่แหละมั้งชีวิตนักเีรียนแลกเปลี่ยน
Net
edit @ 2006/11/23 03:34:20